ซานฟรานซิสโก (San Francisco) + โยเซมิตี (Yosemite) จากเมืองใหญ่สู่สุดยอดธรรมชาติแห่งแคลิฟอร์เนีย

Updated: May 26, 2020


เดือนที่เดินทาง - พฤษภาคม 2019


แคลิฟอร์เนีย รัฐติดชายฝั่งทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติสวยอลังการมากมาย ทริปนี้เราขอนำเสนอภาพประสบการณ์การเดินทางไป 2 อุทยานที่โด่งดังระดับโลกอย่าง Yosemite และ Lake Tahoe โดยการขับรถไปจาก San Francisco


ทริปนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผมต้องไปประชุมงานที่ต้นสังกัดของบริษัทเลยถือโอกาสนี้ลางานต่อเพราะนั่งเครื่องไปไกลมากจะให้กลับเลยก็เสียดายค่าน้ำมัน


ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 จาก 2 ตอนในทริปเดียวกันสำหรับ Lake Tahoe และ Los Angeles อย่าลืมติดตามนะครับ

ซานฟรานซิสโก (San Francisco)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมต้องเดินทางไปประชุมงานของบริษัทที่อเมริกาและเข้าประเทศทางซานฟรานซิสโกเหมือนครั้งก่อนเช่นกันและใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการเที่ยวครั้งนี้ไปด้วยเลย


การเดินทางไปอเมริกาจากเอเชียทำให้หลายคนสับสนเวลามากเพราะออกจากเอเชียเวลาไหนก็ถึงอเมริกาเวลาเดิม ผมออกจากสิงคโปร์ 9 โมงเช้าก็ไปถึง 9 โมงเช้าวันเดียวกัน ลงเครื่องแล้วก็เดินทางเข้าเมืองก่อนเลยเพราะต้องไปทำธุระที่บริษัท พอเย็นนั้นก็ไม่รอช้าชวนเพื่อนที่ทำงานไปถ่ายรูปที่ Baker Beach ที่นี่ผมเล็งมานานมากและพอไปถึงก็ไม่ผิดหวัง


Uber มาส่งตรงทางเข้าที่ต้องเดินลงไปที่หาด ทางเดินเค้าก็สวยน่ารักดีมีดอกไม้เต็มข้างทาง แสงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกยิ่งทำให้สวยเข้าไปอีก อากาศเย็นลมแรงมากๆ เห็นเป็นชายหาดไม่ได้ร้อนเหมือนพัทยาบ้านเราครับ 555

ที่ Baker Beach เป็นชายหาดทางตอนเหนือของซานฟรานซิสโกและอยู่เลยสะพานโกลเด้นเกท (Golden Gate Bridge) มาอีกเวลามาจากในเมือง ที่สำคัญคือเรามองเห็นสะพาน Golden Gate Bridge ได้จากหาดนี้นั่นเอง Baker Beach เป็นที่สำหรับพักผ่อนหรือทำกิจกรรมของคนแถวนี้ครับ

เป็นแนวหาดที่ยาวพอสมควรแต่จุดหมายของเราคือโขดหินด้านหน้าที่ผมหวังว่าจะได้เก็บภาพคลื่นกระทบฝั่งจนน้ำกระเด็นเซ็นซ่านพร้อม background เป็นสะพาน Golden Gate Bridge แลนด์มาร์คระดับโลกสีแดงๆนั่นเอง

เดินมาจนถึงหน้าโขดหินแล้วก็เห็นว่าคนมาถ่ายเซลฟี่กันเยอะพอควร หินก็สูงผมก็เลยตัดสินใจปีนเลยเพื่อหามุมที่คนไม่บัง ปีนเข้ามาไกลพอสมควร กลัวเล็กน้อยเพราะห่วงชีวิตและทรัพย์สินแถมคลื่นก็ซัดเข้ามาโครมๆ แต่สุดท้ายก็ได้มาอย่างที่ตั้งใจ นั่งรอกันนานหน่อยเพราะกว่าจะได้น้ำกระเด็นอย่างที่ต้องการก็ถ่ายทิ้งไปหลายใบ คืนนี้นอนหลับแน่นอนไม่ต้องห่วง jet lag

golden gate bridge

พอผมได้รูปแล้วคนอื่นไม่รู้ยังไง ปีนออกมาจากโขดหินกันและเดินไปหารถเพื่อไป Pier 39 ต่อเพราะฟ้าก็ยังไม่มืดดี ขาเดินออกเห็นอาทิตย์ตกดินส่องแสงมาบนพุ่มไม้ข้างทางสวยมาก

baker beach san francisco

รูปที่ Pier 39 ผมขออนุญาตยำรวมกันเพราะว่ามาที่นี่หลายครั้ง เป็นสถานที่ที่คนนิยมมาหาของกิน ใครมาเมืองนี้ก็ต้องมาเห็นที่นี่เพราะอยู่ริมน้ำวิวสวยและมีแมวน้ำนอนอืดบนแพเยอะแยะให้คนเอ็นดู ขออภัยที่ไม่มีรูปแมวน้ำซักใบเดียวเพราะแสงน้อยมากแล้วแมวน้ำไม่ยอมอยู่นิ่งๆรูปเบลอไปหมดเลย :(


บรรยากาศรอบๆก็เป็นท่าเรือสินค้าเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สวยดีและอากาศหนาวลมพัดหน้าชาดีครับ

นกนางนวลนี่บางคนมองว่าน่ารัก ผมเตือนก่อนว่าอย่าได้ไว้ใจ ของกินในมือปิดไว้ดีๆเพราะพวกนี้โจรในคราบนก 55


พอเดินมาสุดท่าเรือก็จะเห็นเกาะด้านหน้ามีหอประภาคารส่องไฟอยู่ ตรงนั้นคือเกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) ที่เคยเป็นคุกสำหรับนักโทษตัวโหดหลายคนในประวัติศาสตร์ ด้วยน้ำที่เย็นยะเยือกและกระแสน้ำรุนแรงของอ่าวซานฟรานซิสโก ทำให้คุกนี้เป็นอะไรที่แหกไม่ได้แน่นอน สำหรับตอนนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้คนนั่งเรือไปดูด้านในกันได้แล้วครับ ถ่ายมา 2 รอบได้ 2 สภาพอากาศ

จบวันแรกลงกลับโรงแรมพักผ่อน เหนื่อยมากๆเลยเพราะเจ็ทแลคและหวังว่าจะได้นอนเต็มอิ่มคืนนี้


แต่ชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวังทุกครั้งไป นอนหลับประมาณสี่ทุ่มและตื่นขึ้นมากลางดึกเวลาประมาณตีสอง เจ็บปวดที่สุด คนเป็นน่าจะรู้ว่าพยายามนอนต่อแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ พอตีสี่แล้วยังไม่หลับผมก็ตัดใจอาบน้ำและออกไปเดินเล่นข้างนอกรอพระอาทิตย์ขึ้นดีกว่า


เล็งไว้แล้วสำหรับที่ถ่ายภาพตอนเช้าคือมุมที่เห็นรถรางวิ่งขึ้นเนินพร้อม background เป็นพระอาทิตย์ขึ้นในช่องตึก ไปรอเลยตั้งแต่ตีห้าครึ่ง รอไปจนเจ็ดโมงกว่ารถไม่มาซะทีจนพระอาทิตย์ขึ้นไปไหนแล้ว ไม่มีรถแต่ก็ยังสวยอยู่นะ ใครสนใจตามลิงค์นี้ครับ https://goo.gl/maps/jwbUKovfrf2nTStC6

เดินตรงไปข้างหน้าต่อก็จะพาเราไปที่ริมน้ำที่มีท่าเรือข้ามฟากที่อลังการที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นแต่เรือข้ามฟากท่าเรือเป๊บซี่ใต้สะพานสาทร

ด้านข้างมีสะพานยื่นไปในนำ้ เห็นคนเยอะแยะแต่เช้าเลยเดินไปดูนิดนึง โหเค้าตกปลากันใหญ่ มองกลับเข้ามาเห็นตึกรามบ้านช่องเค้าสวยดีเหมือนกันครับ

เดินเล่นต่อเข้ามาเรื่อยๆ อาคารหลายแห่งในซานฟรานซิสโกมีอายุค่อนข้างเยอะทำให้หน้าตาไม่ดูโมเดิร์นโหลๆเหมือนแถบประเทศเราๆดูแล้วเท่ดีเลยถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย

เดินมาจนหิวแล้วเลยโทรหาเพื่อนแล้วถูกเชิญให้มากินข้าวร้านที่เค้าว่าดังแต่ผมไม่รู้จัก เป็นร้านสไตล์อเมริกันไดเนอร์เหมือนที่เห็นกันในหนัง เท่ดีและอาหารก็โอเค ร้านชื่อว่า Pinecrest Diner https://goo.gl/maps/9K2EEYtCF4HNMTE47

กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ ทุกคนเห็นตรงกันว่าไปร้าน Cheese Cake Factory ที่ห้าง Macy's ที่ Union Square ร้านเค้าอยู่ชั้นบนสุดและมีที่นั่งด้านนอกที่มองลงไปเห็นวิวของ Union Squre ด้วย ส่วนเค้กนั้น เห็นก็อ้วนแล้ว ร้านเค้าก็มีจรรยาบรรณโดยการแปะป้ายบอกเลยว่าชิ้นนึงมีกี่แคลอรี่ บาปครั้งนี้ทำไปโดยรู้ดี

กินอิ่มแล้วก็ไปเดินเล่นต่อก่อนที่พลังชีวิตจะหมดเพราะนอนไม่พอ ร้านอยู่ใกล้ๆกับสถานีรถรางสุดคลาสสิกของซานฟรานซิสโก (cable car) ที่ Powell Street ของวินเทจที่ยังคงใช้งานกันอยู่จริง เห็นแล้วอยากให้กรุงเทพยังมีใช้อยู่ คงจะดูดีไม่น้อยเลย

สถานี Powell St & Market St เป็นสถานีที่คนมาขึ้นเยอะที่สุดเลยเพราะว่าเค้าโชว์หมุนรถกลับลำบนวงเวียนคล้ายโต๊ะจีน ถ้าดวงไม่ดีอาจจะรอนานหน่อยถึงครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว

ก็นั่งเครื่องบินมา 20 ชั่วโมงรอครึ่งชั่วโมงมันจะเป็นไร เราก็เลยนั่งกันไปเพื่อไปลงที่ปลายทางสถานี Hyde St & Beach St เพื่อเดินต่อไป Fisherman's Wharf อีกหนึ่งสถานที่ไว้หลอกให้นักท่องเที่ยวมาเดินเล่น หน้าตาคล้ายๆกับ Pier 39 ไม่คล้ายได้ไงก็อยู่ติดกัน


ระหว่างทางก็จะผ่านถนนชื่อดังอย่าง Lombard Street ที่ถนนยึกยือให้ทางลาดลงเขาไม่ชันเกินไป บนนี้วิวก็สวยดีครับ

ถ้าจะดูถนนโค้งๆต้องเดินลงไปด้านล่างและต้องเดินกลับมาขึ้นรถอีก ไม่ลงจ้านั่งต่อไปเจอกับ Fisherman's Wharf เลย มาถึงแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไร เป็นร้านอาหารทะเลและที่ถ่ายรูปเซลฟี่สวยๆ

เดินกันพอประมาณก็ต้องพ่ายแพ้ขอกลับไปนอนหลับนิดนึงก่อนจะตายกันตรงนี้ เย็นวันนี้จะไปถ่ายภาพสะพานโกลเดนเกตกันต่อ


พอหลับกันได้พอประทังชีวิตผมเรียกรถ Uber ไปต่อเลยที่จุดชมวิว Golden Gate Bridge มุมมหาชน มุมเดียวกับโปสการ์ดเลย จริงๆอยากไปดูอีกมุมด้านล่างติดริมน้ำแต่เวลาน้อยและเกรงใจคณะที่ไม่ได้บ้าถ่ายรูปเหมือนกัน ได้มาแบบนี้เองจ้า

สำหรับคืนนี้อาการเจ็ทแลคดีขึ้นมากเพราะได้อาหารเสริมเมลาโทนินจากเพื่อนช่วยไว้ เป็นยาที่ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารช่วยในการนอนหลับ แนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้นะครับ ผมไม่ได้เป็นเภสัช คืนนี้ต้องหลับเต็มที่เพราะวันรุ่งขึ้นต้องขับรถทางไกล ไม่ได้บอกแต่แรกว่าวันนี้บ่ายๆแม่กับป้าที่มาจากกรุงเทพมาขอร่วมเดินทางด้วยพร้อมพี่สาวกับลูกชายที่อาศัยอยู่อีกรัฐ คณะใหญ่จริง


เช้าถัดมาเป็นวันที่เรารอคอยแล้วคือวันนี้แหละที่จะขับรถไป Yosemite ตอนขาออกจากเมืองเลยขอแวะถ่ายภาพสะพาน Golden Gate ที่ Battery Spencer ป้อมปืนเก่าที่อยู่บนหน้าผามองลงไปเห็นอ่าวซานฟรานซิสโกทั่วเลย ในใจก็หวังว่าจะให้ด้านล่างเป็นหมอกหนาจนสะพานโผล่ออกมาแค่ยอดอย่างที่เคยเห็นในหนังแต่กลายเป็นเมฆไปเยอะข้างบนแทน ได้รูปมาประมาณนี้ครับ ลาก่อนซานฟรานซิสโก


โยเซมิตี (Yosemite)

Yosemite อุทยานที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Sierra Nevada ติดชายแดนรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) และเนวาดา (Nevada) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ตารางกิโลเมตร กว้างใหญ่ไพศาลจนทำให้รู้สึกหวั่นๆเวลาขับรถเพราะถนนจะโล่งแบบไม่มีอะไรเลยไปนานมากจนกลัวว่าหลงรึยังนะ


แนะนำมากๆสำหรับคนที่ใช้ Google Map ให้ดาวน์โหลดแผนที่แบบ offline ไว้ก่อนตั้งแต่ในเมืองเพราะว่าเข้าไปในเขาแล้วไม่มีสัญญานอินเตอร์เน็ต และไม่ต้องหวังพึ่งที่พักเลยเพราะกันดารพอกัน โหลดเตรียมกันไว้ให้พร้อมทั้งแผนที่และหนังไว้ดูตอนไม่มีอะไรทำ


ขับรถจากซานฟรานซิสโกประมาณ 4 - 5 ชั่วโมงก็จะมาถึงจุดหมายของเราที่ Yosemite Valley สถานที่ฮิตที่สุดของ Yosemite แล้วเพราะเข้าถึงง่ายที่สุดจากแคลิฟอร์เนีย หลายๆคนมาที่นี่แล้วก็จะให้เวลากับมันไว้เดินขึ้นยอดเขาต่างๆแต่พอดีผมมีเวลาแค่ 1 คืนและอยากไปหลายที่ไปหน่อยเลยเที่ยวแค่ที่ที่เอารถไปจอดแล้วไม่ต้องเดินเยอะแค่นั้นครับ แต่ไม่ต้องห่วงมีภาพมาให้ดูเหมือนเดิม


Yosemite Tunnel View เป็นจุดชมวิวที่เห็นภาพ Yosemite Valley แบบครบวงจรที่สุดตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย ยากนักที่จะถ่ายภาพออกมาให้แสดงถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงได้ และพอดีตรงนี้เป็นทางผ่านเข้าออกที่พักเลยทำให้ผ่านมาบ่อยมาทั้งเช้าทั้งเย็น


จากจุดชมวิวนี้มองออกไปก็จะเห็นหน้าผา El Capitan ทางด้านซ้ายที่คนชอบมาท้าทายร่างกายด้วยการปีนหน้าผาด้วยมือเปล่ากัน ด้านขวาก็คือ Bridalveil Fall หรือนำ้ตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว มองไปไกลสุดกลางภาพก็คือ Half Dome ยอดเขารูปทรงครึ่งวงกลม

ถือว่าเป็นวิวที่ถ่ายยากอยู่เพราะตอนพระอาทิตย์ตกดินก็ทำให้เกิดเงาดำพาดลงมาที่ภูเขาด้านหน้าเป็นเส้นแบบนี้ พอเห็นแบบนี้แล้วเลยตัดสินใจว่ากลับมาใหม่ตอนเช้าดีกว่าเผื่อจะได้แสงที่ไม่แข็งกระด้าง

แต่ปัญหาคือตอนเช้าพระอาทิตย์ก็ขึ้นฝั่งตรงข้ามทำให้ต้องใช้ dynamic range ค่อนข้างกว้างเพื่อให้เห็นทุกส่วนในภาพไม่มืดหรือสว่างเกินไป แน่นอนกล้องสมัยนี้ยังทำไม่ได้เท่าตาเราที่มี dynamic range ขั้นเทพ ทำให้ผมต้องถ่ายมาสองภาพบนขาตั้งกล้องเพื่อเอามาซ้อนกันบน Photoshop ภาพแรกให้วิวด้านล่างสว่างพอและปล่อยท้องฟ้าสว่างเกินไป ส่วนภาพที่สองให้ท้องฟ้าไม่สว่างเกินไปและปล่อยให้ภูเขามืดๆไปเลย ผลที่ได้ก็เป็นแบบนี้เอง

อยู่ตรงจุดนี้มองลงไปเห็นป่าสนด้านล่างแน่นไปหมดแล้วต้นสนเค้าก็ขึ้นตรงเป๊ะดูแปลกดี


ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ส่วนที่อื่นๆที่เราไปมาในเย็นวันนี้ก็จะมี Yosemite Falls น้ำตกที่สูงที่สุดใน Yosemite เห็นละอองน้ำก็รู้เลยว่าตกแรงแค่ไหน

พอดีเช้าอีกวันก็ผ่านมาอีกแต่เป็นคนละองศากันเห็นน้ำที่ตกลงมาฟุ้งกระจายไปทั่วดูทั้งสวยและยิ่งใหญ่


พอดูตรงน้ำตกได้หน่อยนึงก็พยายามเลยไปหาที่ถ่ายรูป Half Dome ก่อนที่ฟ้าจะมืด ผ่านเข้าไปถนนนี้พอดี เลยตัดสินใจปักหลักที่นี่ก่อนแสงจะหมดก่อน https://goo.gl/maps/i4nz56BgdWShUU3R9

ฟ้ามืดแล้วก็ต้องกลับที่พัก ไม่อยากขับมืดมากเพราะถนนที่นี่น่ากลัวเป็นหน้าผาสูงมากและไม่มีรั้วกั้นฝั่งริมผา ขับแล้วก็หวาดเสียวดี 555 โชคดีที่ก่อนเข้ามาในอุทยานแวะร้านขายของซื้อกับข้าวมาบ้างไว้ทำกินกันได้ ที่พักในนี้หาไม่ยากครับแต่ว่าอาจจะต้องจองล่วงหน้านานหน่อยเพราะเต็มไว ถ้าช้าก็ต้องขับรถเข้ามาเยอะนิดนึง


เช้าอีกวันนอกจากรีบตื่นไปถ่ายรูปซ้ำที่ Yosemite Tunnel View และ Yosemite Falls แล้วเราก็แวะเข้าไปตรง Bridalveil Fall ด้วยแต่ว่าดูเข้าถึงยากและต้องเดินลึกเลยตัดสินใจเดินเข้าไปนิดเดียวพอ เพราะจุดหมายต่อไปต้องขับรถไปไกลไม่น้อย เหมือนช่วงนี้เป็นหน้าน้ำด้วยน้ำตกลงมาเป็นละอองปลิวมาไกลถึงที่จอดรถและน้ำจากน้ำตกก็ล้นมาท่วมที่จอดรถด้วยเลยทีเดียว


สุดท้ายได้มาภาพเดียวคือสะพานหินเก่าแก่และมีน้ำตกลอดใต้สะพาน หาง่ายมากแค่เดินตรงเข้าไปจากที่จอดรถ

ถึงเวลาที่นี่หมดแล้วไม่เป็นไร เรายังมีจุดหมายถัดไปรออยู่คือ Lake Tahoe ที่ต้องขับรถไปอีก 4 ชั่วโมง นั่งกันปวดก้นไปเลย


พอดีขับผ่านถนนริมผาที่ทั้งแถบโดนไฟไหม้ไปหมดจากไฟป่าครั้งก่อน ไหม้ไปหมดเขาเป็นลูกๆ ทั้งๆที่อเมริกาเค้ามีการรณรงค์ไม่ให้จุดไฟในป่าและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยเฝ้าระวังแล้วแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแลพื้นที่กว้างขนาดนี้ได้ ยังไงคนไทยเราก็ช่วยกันสอดส่องให้ดีเราจะได้มีธรรมชาติสวยๆไว้ดูกันนานๆนะครับ


ตอนหน้ามาต่อกันที่ภาพสวยๆจาก Lake Tahoe และลอสแอนเจลิสหรือแอลเอนั่นเอง ฝากติดตามกันด้วยครับ


ติดตามโพสใหม่ๆง่ายๆแค่กดไลค์เพจของเราที่ https://www.facebook.com/nopeopletravelphoto/











103 views0 comments